โรงเรียนสอนตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป ที่ได้รับการยอมรับเชื่อถือ จากทางภาครัฐและเอกชน >>อ่านต่อ

PATTERN IT; SINCE 1999
Our Office Hours;
Everyday 09:00 - 17:00 hrs.
Tel.0-2458-2321, 0-2458-2322






 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

  แพทเทิร์นอุตสาหกรรม หมายถึง อะไร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

PATTERN  แพทเทิร์นอุตสาหกรรม คืออะไร ?

 

 

 

 

 

 

 

  ลักการและวิธีการสร้างแพทเทิร์นอุตสาหกรรม ที่ถูกต้องไม่มีการแบ่งเพศหรือวัย แต่ใช้สัดส่วนมาตรฐานตามหลักการทางสรีระศาสตร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  พทเทิร์น ( PATTERN )

หากแปลตรงตัว หมายถึง  แบบแผน หรือ แม่แบบ  และความหมายสำหรับงานเสื้อผ้า คือ แบบตัดชิ้นส่วนเสื้อผ้านั่นเอง

 

แพทเทิร์นที่ใช้ตัดเย็บเสื้อผ้าจำแนกเป็นประเภทใหญ่ ได้ 2 ประเภท คือ

 

1.       แพทเทิร์นสำหรับตัดเสื้อผ้าเฉพาะบุคคล หรือ รายบุคคล

เป็นการสร้างแบบตัดตามขนาดตัวที่วัดได้จากเฉพาะคน มีข้อดีที่เสื้อผ้าที่ได้จะพอดีเหมาะกับร่างกายบุคคลนั้นๆ เพราะเป็นการวัดตัว ถอดแบบสรีระ ทั้งส่วนดีส่วนด้อยจากบุคคลนั้นในขณะสร้างแบบอาจมีการปรับแก้ส่วนด้อยได้บ้างแต่จะเป็นไปตามข้อจำกัดด้านดีไซน์และรูปร่างเฉพาะคน มีการนำไปใช้ข้ามประเภททำเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปอยู่มาก ซึ่งพอจะอนุโลมใช้ได้บ้าง  แต่มักพบปัญหาจากการใช้หลายเรื่อง ตั้งแต่วิธีการสร้างที่สลับซับซ้อน ขาดการคำนึงถึงการผลิตหลายตัว ไม่สอดคล้องกับกระบวนการนำแพทเทิร์นไปใช้ตัดเย็บเพื่อการค้า  มีต้นทุนค่าผ้าสูงเพราะใช้ผ้าสิ้นเปลือง และอาจเจอค่าแรงตัดเย็บราคาแพงพ่วงมาด้วย เป็นต้น

 

2.      แพทเทิร์นสำหรับตัดเสื้อผ้าสำเร็จรูป หรือ หลายท่านเรียกว่า

“ แพทเทิร์นอุตสาหกรรม ”

เป็นการสร้างแบบตัดเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าจำหน่าย ใช้ขนาดตาม Spec Size เสื้อผ้ามาตรฐานหรือตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้ผลิต วิธีการสร้างแบบตัดต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในเชิงการค้าและการผลิต มองถึงความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้น และมาตรฐานของเสื้อผ้าตามหลักเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาชัดเจน

 

กรณีนี้  แพทเทิร์นอุตสาหกรรม จึงหมายถึง แม่แบบสำหรับตัดเสื้อผ้าสำเร็จรูปซึ่งมักนิยมนำไปตัดเย็บแบบละหลายตัว หรืออาจมีแบบละหลายไซส์ ( XS , S , M , L ,  XL ) หรือนำไปตัดเย็บเพียงตัวเดียวก็ได้

หลายท่านอาจเข้าใจว่าแพทเทิร์นอุตสาหกรรม ใช้ทำเสื้อผ้าแบบหยาบๆหรือเป็นงานเกรดไม่ดี “ ในความเป็นจริงด้วยวิธีการสร้างแพทเทิร์นอุตสาหกรรมที่ถูกต้อง สามารถทำได้ตั้งแต่ชุดเสื้อผ้าง่ายๆ จนถึงเสื้อผ้าชั้นสูง เพียงแต่หลักการของแพทเทิร์นอุตสาหกรรมเป็นไปในทางธุรกิจมากกว่างานฝีมือประดิษฐ์ ”

 

หากกล่าวถึงความความแตกต่างของแพทเทิร์นทั้ง 2 ประเภท  นอกเหนือจากหลักการของแพทเทิร์นอุตสาหกรรมที่เป็นไปในทางธุรกิจมากกว่างานฝีมือแล้ว  ยังพบอีกว่า  “ หลักการและวิธีการสร้างแพทเทิร์นอุตสาหกรรมที่ถูกต้อง ไม่มีการแบ่งเพศ ชาย/หญิง หรือ อายุวัย เด็ก/ผู้ใหญ่ แต่ใช้สัดส่วนสรีระมาตรฐานเป็นตัวกำหนดลักษณะของแพทเทิร์น และใช้หลักการเรขาคณิตเข้ามาควบคุมรูปทรงมาตรฐาน ”

 

 

มีการกล่าวถึงแพทเทิร์นอุตสาหกรรมและแพทเทิร์นโรงงาน ด้วยลักษณะการนำไปใช้ปะปนอย่างคลาดเคลื่อน  ทำให้หลายท่านเข้าใจไม่ตรงกับความเป็นจริง จึงขออธิบายให้ชัดเจนเพิ่มเติมไว้ดังนี้

 

การวิวัฒนาการของแพทเทิร์น เข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมานานแล้ว เพื่อตอบสนองการนำไปใช้ประโยชน์เฉพาะอย่างโดยพัฒนาแยกออกไปเป็น 2 คุณลักษณะ คือ

 

1. แพทเทิร์นอุตสาหกรรมที่พัฒนาเพื่อรองรับการผลิตโดยตรง หรือ แพทเทิร์นโรงงาน

เป็นแพทเทิร์นที่ปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับปัจจัยด้านการผลิต  เพื่อลดปัญหาของโรงงานรับผลิต

กล่าวคือ แพทเทิร์นถูกปรับให้มีโครงร่างเพื่อตัดเย็บง่ายที่สุด  ลดปัญหางานตัด งานเย็บ ลดต้นทุน ลดระยะเวลา เน้นความง่ายต่อการผลิต มีการพัฒนาต่อมาเรื่อยๆจนโครงร่างของแพทเทิร์นสูญเสียข้อบังคับตามหลักสรีระบางประการไป นิยมใช้กับกลุ่มเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่ายๆไม่แนบพอดีตัวมากนัก ซึ่งไม่ได้หมายถึงเป็นแพทเทิร์นที่ใช้กับสินค้าเกรดต่ำเพียงอย่างเดียว แต่ใช้กับเสื้อผ้าตัวหลวมทั่วไปด้วย

 

2.   แพทเทิร์นอุตสาหกรรมที่พัฒนาเพื่อทำเสื้อผ้าจำหน่าย ( ใช้ทำเสื้อผ้าได้ตั้งแต่เสื้อผ้าคุณภาพต่ำ – คุณภาพสูง )

เป็นแพทเทิร์นที่พัฒนาขึ้นในกรอบแนวคิดที่ต้องการได้สินค้าที่ดี ในราคาต้นทุนต่ำ  ยังคงโครงร่างของแพทเทิร์นตามกฎทางสรีระศาสตร์  แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการสร้างแบบ ให้มีหลักเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อให้ใช้ร่วมกับกระบวนการผลิตได้ดี  เน้นความสวยงามใกล้เคียงเสื้อผ้าสั่งตัดมาก หากมองผิวเผินจากชิ้นงานที่เย็บเป็นตัวแล้ว ดูลักษณะทั่วไปจะเหมือนงานสั่งตัด แต่ใช้วิธีการสร้างแบบตัดที่ง่ายและมีขั้นตอนเป็นมาตรฐาน นิยมใช้ทำเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ต้องการให้ได้คุณภาพจับกลุ่มลูกค้า  ส่งเสริมโอกาสขาย แต่ช่วยลดต้นทุนการผลิต

 

ดังนั้นการเลือกใช้วิธีการสร้างแบบตัดที่แตกต่างกัน ผลงานที่ได้ก็จะต่างกันและมีต้นทุนต่างกันอีกด้วย ผู้เขียน

เน้นย้ำบ่อยๆว่า “ จะทำเสื้อผ้าขาย เราคุยกันเรื่อง ต้นทุน ,กำไร ” การเลือกวิธีการสร้างแบบตัดที่จะช่วยลด

ต้นทุนแต่ได้ผลงานที่ดี  จึงเป็นเรื่องสาระสำคัญให้หยิบยกมาเล่า แต่ผู้เขียนก็อธิบายไว้เฉพาะรายละเอียดหลักๆ 

ลงลึกมากกว่านี้เกรงท่านผู้อ่านจะตำหนิว่าดิฉันเขียนตำรา เอาแค่พอเป็นไอเดียให้เห็นภาพรวม  แต่ถ้ามีสงสัย

เพิ่มเติม  ผู้เขียนยินดีรับนัดจิบกาแฟคุยกันได้ค่ะ

 

 

                                                                 บทความโดย ศูนย์อบรมแพ็ทเทิร์นอุตสาหกรรม แพ็ทเทิร์น ไอที

                                                         เนื้อความบางส่วนนำไปลงนิตยสาร คอลัมน์ Tip For Clothing Biz

                                                                                                      

 

 

 

 

 

 

 

 





 
 
 

ศูนย์อบรมแพ็ทเทิร์นอุตสาหกรรม แพ็ทเทิร์น ไอที
สถาบันพัฒนาแพทเทิร์นอุตสาหกรรมและการออกแบบเสื้อผ้าสำเร็จรูป
PATTERN IT :: โทรศัพท์ 0-2458-2321 ถึง 22   :: สายด่วน 081-922-6994, 081-828-2296   E-mail:
thaipattern@gmail.com